มัดใจลูกค้าด้วยเทคนิคการทำ Customer Loyalty 

วันนี้ AnotherDot Thailand จะมาให้ความรู้แบรนด์ในด้านการโน้มน้าว การเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าเพื่อให้สามารถมัดใจให้ลูกค้าติดแบรนด์ของเรามากขึ้น

1. เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคปี 2024 
อ้างอิงจาก Forbes พบว่าในปีล่าสุดที่ผ่านมานี้ 89% ของผู้บริโภคให้ความใส่ใจกับแบรนด์ที่ให้คุณค่ากับพวกเขาโดยเฉพาะคุณค่าในด้านของ Community คือการทำให้พวกเขารู้สึกเป็นส่วนนึงหรือได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์ และคุณค่าในด้าน Experience ประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่แบรนด์มอบให้ โดยที่ประสบการณ์ที่ได้รับควรจะเป็น Personalized experience หรือก็คือการได้รับประสบการณ์จากสินค้าและบริการอย่างเฉพาะตัว ตรงตามความต้องการและความชอบส่วนตัวของลูกค้า



2. การตั้งราคาและการทำส่วนลดโปรโมชัน
กลยุทธ์การตั้งราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งหรือการแจกโปรส่วนลดจำนวนมาก ไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีเสมอไป เพราะอาจจะเป็น “ดาบสองคม” ให้ลูกค้ามองคุณค่าของแบรนด์น้อยลงและทำให้ในอนาคต การปรับขึ้นราคาเป็นเรื่องที่ยาก เพราะลูกค้าจะเฝ้ารอซื้อสินค้าหรือบริการของคุณในช่วงที่มีโปรโมชันเท่านั้น สุดท้ายคุณอาจจะไม่ได้ลูกค้าที่เป็น Ideal customers หรือลูกค้าในอุดมคติที่แบรนด์คาดหวังไว้ก็เป็นได้ ดังนั้นแล้วการเพิ่มคุณค่าให้กับแบรนด์ เพิ่มคอนเทนต์ที่ทำให้คนมีส่วนร่วมกับแบรนด์ของคุณผ่านช่องทาง Social media ต่างๆคือ SEO ที่จะเป็นทางออกที่ยั่งยืนสำหรับการมัดใจลูกค้า ให้ลูกค้าจดจำคุณได้

3. คอนเทนต์ที่แตกต่างอย่างมีคุณค่า
แบรนด์ธุรกิจที่สามารถสร้างคอนเทนต์ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นได้ มักจะเป็นที่จดจำง่ายในโลกโซเชียล แต่การทำคอนเทนต์ที่แตกต่างอย่างเดียวยังไม่ยากเท่ากับการทำคอนเทนต์ที่แตกต่างอย่างมีคุณค่า ซึ่งก็คือคอนเทนต์ที่แปลกใหม่โดยมีการผูกกับเรื่องราวที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่คุณต้องการ พร้อมกับให้ความบันเทิงและความรู้มากกว่าเน้นการขายของ การขายตรง 

แบรนด์ไหนที่ยังให้อินฟลูเอนเซอร์ถือสินค้าตั้งแต่เปิดคลิปและให้พูดถึงข้อดีของสินค้าอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงคุณค่าที่ผู้ชมได้รับก็มักจะได้ยอด Engagements ที่ต่ำกว่าปกติและไม่ได้ Customer Loyalty กลับมาเลย แล้วคุณยังต้องเพิ่มค่าโฆษณาโปรโมทคลิปนั้นแทนที่จะได้ยอด organic ที่ดีตั้งแต่แรก ดังนั้นนักการตลาดหรือเอเจนซีที่ทำด้านอินฟลูเอนเซอร์ควรเริ่มตระหนักรู้ถึงเรื่องนี้และแจ้งเทรนด์หรืออัลกอริทึมของแต่ละ Platforms ให้ลูกค้าทราบเพื่อให้ได้ยอด Organic engagements คุ้มค่าที่สุดจากการทำคอนเทนต์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์และทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำในทางที่ดี


4. Rewards ที่ควรให้กับลูกค้า
หลายๆแบรนด์โดยเฉพาะแบรนด์อาหารมักจะใช้ Point-based rewards หรือการสะสมคะแนนเพื่อแลกของรางวัลต่างๆให้กับลูกค้าที่มาซื้อสินค้าหรือใช้บริการซ้ำ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งตัวอย่างที่สามารถช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้ โดยที่แบรนด์สินค้าประเภทอื่นๆที่ทำการขายแบบ Omni-channel สามารถนำมาดัดแปลงใช้ได้เช่นการนำมาใช้แบบ Multichannel approach หรือก็คือการให้ rewards กับลูกค้าในทุกช่องทางการขายไม่ว่าจะเป็น Offline หรือ Online เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจมากที่สุด
บางแบรนด์ที่มีแค่ช่องทางการขายเดียวระหว่าง Online กับ Offline ก็สามารถเริ่มโดยให้ของที่ระลึกหรือของสัมนาคุณเล็กๆน้อยๆตามช่วงเวลาที่สำคัญๆไปให้พร้อมกับสินค้าที่ลูกค้าสั่งเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า หรือให้รางวัลหลังจากการที่ลูกค้าเข้าไปติดตามเราในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยรางวัลที่ให้นั้นต้องเป็นรางวัลที่น่าดึงดูดและคุ้มค่าที่ลูกค้าจะมาสะสมแลกรับไป 

แบรนด์ไหนที่กำลังมองหาแพลตฟอร์มที่ช่วยด้านการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing) อย่าลืมที่จะลองใช้งาน anotherdot เพราะเราเปิดให้ใช้งานฟรี และ คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของอินฟลูเอนเซอร์ พร้อมกับ ติดต่อประสานงานได้โดยตรงในแอปฯ anotherdot หรือ เว็บไซต์ anotherdot

บทความโดย ธนกร โชคธนะสกุลชัย
Influencer Marketing Specialist – anotherdot

บทความแนะนำ